ใช้ Model Routing ให้แต่ละงานใช้ความสามารถพอดี
แยก deterministic, small model, strong model และ human escalation ตาม intent, risk และ confidence
เป้าหมาย: ออกแบบ router ที่วัดคุณภาพและ fallback · ใช้เวลาประมาณ 15 นาที
Task → Evaluate → Cost → Decide
ตัดสินด้วยข้อมูลจากงานจริงและทบทวนเมื่อราคา โมเดล หรือปริมาณเปลี่ยน
Task
กำหนด modality คุณภาพ latency risk และ volume
Evaluate
ใช้ชุดเคสเดียวและ hard gates เปรียบเทียบ
Cost
คำนวณต้นทุนรวมต่อผลลัพธ์ที่ผ่าน
Decide
เลือก route, fallback, owner และ review date
ตัวแปรที่ต้องเปรียบเทียบ
routing
วัด routing สำหรับงานนี้ด้วยข้อมูลจริง
ราคาและความสามารถต้องตรวจจากแหล่งทางการล่าสุด
latency
วัด latency สำหรับงานนี้ด้วยข้อมูลจริง
route งานง่ายไปวิธีถูกและเร็ว งานซับซ้อนไปโมเดลแข็งกว่า และผลกระทบสูงไปคน โดยใช้ evaluation และ monitoring
evaluation
วัด evaluation สำหรับงานนี้ด้วยข้อมูลจริง
route งานง่ายไปวิธีถูกและเร็ว งานซับซ้อนไปโมเดลแข็งกว่า และผลกระทบสูงไปคน โดยใช้ evaluation และ monitoring
fallback
วัด fallback สำหรับงานนี้ด้วยข้อมูลจริง
route งานง่ายไปวิธีถูกและเร็ว งานซับซ้อนไปโมเดลแข็งกว่า และผลกระทบสูงไปคน โดยใช้ evaluation และ monitoring
การเลือกที่ดูง่ายแต่ผิด
เลือกจากอันดับเดียว
ไม่ตรงภาษาและงานจริง
local evaluation
ดูราคาต่อ Token อย่างเดียว
ซ่อน retry และ human review
cost per accepted task
ไม่มี fallback
งานค้างเมื่อ rate limit หรือคุณภาพตก
route, timeout และ escalation
สร้าง decision scorecard
ทีมบริการลูกค้ามี FAQ สรุป complaint และคืนเงินที่มีระดับความเสี่ยงต่างกัน
กำหนดงาน ชุดประเมิน hard gates ต้นทุนรวม routing และวันทบทวน
ดูคำตอบตัวอย่าง
เก็บเคสภาษาไทยจริงที่ปกปิดข้อมูล วัด correctness, safety, latency และ cost per accepted task ตรวจราคาและเงื่อนไขจากผู้ให้บริการล่าสุด แยก route ตามความยาก ตั้ง human fallback และตัดสิน go/no-go ด้วย hard gates
- งาน/ปริมาณ
- evaluation
- hard gates
- ต้นทุนรวม
- routing/fallback
- review date
บันทึกช่วยจำ
- ราคา รุ่น และข้อกำหนดเปลี่ยนได้ ต้องตรวจเอกสารทางการ ณ วันที่ตัดสินใจ
- อย่าส่งข้อมูลธุรกิจไปทดลองกับเครื่องมือที่องค์กรไม่อนุมัติ
สรุปบทเรียนนี้
- เลือกจากงานจริง
- วัดคุณภาพและต้นทุนรวม
- มี routing fallback และวันทบทวน