ข้ามไปยังเนื้อหาบทเรียน
เมนู
เข้าสู่ระบบ — เร็ว ๆ นี้
สารบัญบทที่ 73/8

พื้นฐานการใช้ AIการเขียน Prompt

ใช้ JSON และ Structured Output ส่งต่องานอย่างเสถียร

ออกแบบ schema ที่ตรวจชนิด ค่าอนุญาต ฟิลด์บังคับ และเวอร์ชันก่อนให้ผลจาก AI เข้า workflow

เป้าหมาย: สร้างสัญญาข้อมูลพร้อม validation และ fallback เมื่อโมเดลตอบไม่ตรง schema · ใช้เวลาประมาณ 15 นาที

กรอบออกแบบก่อนเปิดใช้งาน

กำหนดขอบเขตและหลักฐานให้ชัดก่อนเชื่อม AI เข้ากับงานจริง

กำหนด schema

ตั้งชื่อฟิลด์ ชนิด enum required nullable และคำอธิบายที่ไม่กำกวม

จำกัดค่า

ใช้ enum และรูปแบบวันที่/สกุลเงินมาตรฐานแทนข้อความอิสระ

Validate

ตรวจ JSON ก่อนเรียกขั้นถัดไป และไม่แก้ข้อมูลผิดแบบเงียบ ๆ

Version

บันทึก schema version และรองรับการย้ายข้อมูลเมื่อเปลี่ยนฟิลด์

กรณีงานธุรกิจไทย

คัดแยก LINE OA

คืน JSON: intent, urgency, needsHuman, reason และ sourceMessageId

workflow ใช้ label ที่จำกัดและตามกลับข้อความต้นฉบับ

สกัดใบเสนอราคา

คืน supplier, currency, subtotal, vat, total และ missingFields

ช่องที่ขาดปรากฏชัดแทนการใส่เลขศูนย์

จุดล้มเหลวและวิธีป้องกัน

รับ JSON โดยไม่ validate

ชนิดผิดไหลไปสร้างรายการหรือคำนวณ

ใช้ validator และหยุดเมื่อ schema ผิด

enum กว้างเกิน

ค่าหลากหลายทำให้ routing แตก

กำหนด unknown และ human-review

เปลี่ยน schema ทันที

ระบบปลายทางอ่านข้อมูลเก่าไม่ได้

ใช้ version และ migration

ออกแบบ schema เคสลูกค้า

ระบบต้องส่งเคสจาก LINE OA ไป CRM แต่ห้ามสร้างลูกค้าใหม่จากข้อมูลไม่ครบ

กำหนดฟิลด์และ fallback

ดูคำตอบตัวอย่าง

ใช้ schemaVersion, sourceMessageId, intent enum, urgency enum, summary, customerReference nullable, requiredFieldsMissing[], needsHuman และ reason ตรวจ schema; หากผิดหรือ intent=unknown ให้เข้า review queue ห้ามเขียน CRM

  • มี version
  • enum ชัด
  • รองรับ unknown
  • ไม่เติมข้อมูล
  • validation ก่อนเขียน
บันทึกช่วยจำ
  • อย่าใส่ข้อมูลส่วนบุคคลใน structured output หากปลายทางไม่จำเป็นต้องใช้
  • เก็บ schema เป็นส่วนหนึ่งของชุดทดสอบ

สรุปบทเรียนนี้

  • JSON ต้องมี schema
  • validate ก่อนส่งต่อ
  • unknown และข้อมูลขาดต้องมีทางออกปลอดภัย